Add Friend
สอบถามหลักสูตร
โปร 2569
3 วิธีวัดความคุ้มค่า (ROI) ที่มากกว่าแค่
หมวดหมู่สินค้า: คลังความรู้ (Blog Knowledge)
ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอบรมไม่ดี แต่อยู่ที่ว่า "เราวัดผลถูกจุดหรือเปล่า?" วันนี้เราจะมาเจาะลึก 3 วิธีวัดความคุ้มค่าของการจัดสัมมนาแบบที่เจ้าของธุรกิจเห็นตัวเลขแล้วต้องยิ้ม

27 กุมภาพันธ์ 2569

ผู้ชม 2 ผู้ชม

จัดสัมมนาไปทำไม? 3 วิธีวัดความคุ้มค่า (ROI) ที่มากกว่าแค่ "ใบประกาศนียบัตร"
"ส่งพนักงานไปอบรม กลับมาก็ทำงานเหมือนเดิม..."
"เสียค่าคอร์สเป็นหมื่น แต่ไม่เห็นยอดขายจะเพิ่มขึ้นเลย..."

คำบ่นเหล่านี้คือสิ่งที่คนจัดอบรมมักจะได้ยินบ่อยๆ ครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่การอบรมไม่ดี แต่อยู่ที่ว่า "เราวัดผลถูกจุดหรือเปล่า?" วันนี้เราจะมาเจาะลึก 3 วิธีวัดความคุ้มค่าของการจัดสัมมนาแบบที่เจ้าของธุรกิจเห็นตัวเลขแล้วต้องยิ้มครับ

1. วัดจาก "เวลาที่ประหยัดได้" (Efficiency Gain)
หากพนักงานไปเรียนรู้วิธีการใช้เครื่องมือใหม่ๆ หรือเทคนิคการจัดลำดับความสำคัญของงาน (Time Management) แล้วเขาสามารถทำงานชิ้นเดิมเสร็จเร็วขึ้นจาก 5 ชั่วโมง เหลือ 3 ชั่วโมง:

วิธีคำนวณ: นำเวลาที่ประหยัดได้ x ค่าแรงต่อชั่วโมง x จำนวนวันทำงาน

ผลลัพธ์ที่ได้คือ "กำไร" ในรูปแบบของเวลาที่พนักงานสามารถเอาไปทำโปรเจกต์อื่นได้เพิ่มขึ้นครับ

2. วัดจาก "อัตราการลาออกที่ลดลง" (Retention Rate)
การสำรวจระดับโลกพบว่า พนักงาน Gen Z และ Millennials มีแนวโน้มจะอยู่กับองค์กรที่ "ให้โอกาสเรียนรู้" นานกว่าที่อื่นๆ

ความคุ้มค่า: การหาพนักงานใหม่หนึ่งคนมีต้นทุนสูงกว่าการรักษาคนเดิม (ทั้งค่าประกาศงาน, ค่าเสียเวลาสัมภาษณ์, ค่าฝึกงานใหม่) หากการสัมมนาช่วยให้พนักงานรู้สึกว่าบริษัทลงทุนในตัวเขา และเขายังอยู่กับเราต่ออีก 1 ปี นั่นคือคุณประหยัดเงินไปได้มหาศาลครับ

3. วัดจาก "บรรยากาศและไอเดียใหม่ๆ" (Innovation & Vibe)
บางครั้งผลลัพธ์ไม่ได้มาเป็นตัวเลขทันที แต่มันมาในรูปแบบของ "Culture" ครับ

เช่น หลังจากจบสัมมนา พนักงานเริ่มมีไอเดียการขายใหม่ๆ หรือมีความสัมพันธ์ในทีมดีขึ้นจนลดความขัดแย้งในที่ทำงาน

เคล็ดลับ: ลองสังเกตดูครับว่าหลังจากไปสัมมนา ทีมมีการพูดคุยกันมากขึ้นไหม? หรือแม้แต่การชวนกันไปหาของอร่อยๆ ทานช่วงพักเที่ยง (อย่างร้าน "ข้าวซอย" เจ้าประจำที่คุยกันในงานสัมมนา) สิ่งเหล่านี้คือ "น้ำมันหล่อลื่น" ที่ทำให้ธุรกิจขับเคลื่อนไปได้โดยไม่ติดขัดครับ

สรุป: การอบรมคือการ "ลงทุน" ไม่ใช่ "ค่าใช้จ่าย"
การวัดผลการอบรมที่แท้จริง ไม่ได้จบลงที่พนักงานยิ้มแย้มตอนถ่ายรูปหมู่ท้ายงาน แต่มันคือการดูว่าพนักงาน "เปลี่ยนพฤติกรรม" หรือ "ทำงานได้ฉลาดขึ้น" หรือไม่หลังจากนั้นต่างหากครับ

แหล่งข้อมูลอ้างอิง (References)
The Kirkpatrick Model: รูปแบบการประเมินผลการฝึกอบรม 4 ระดับ (Reaction, Learning, Behavior, Results) ที่ได้รับการยอมรับทั่วโลก

LinkedIn Workplace Learning Report: ข้อมูลเรื่องพนักงาน 94% จะอยู่กับบริษัทนานขึ้นหากมีการลงทุนด้านการเรียนรู้

Society for Human Resource Management (SHRM): ข้อมูลเรื่องต้นทุนการหาพนักงานใหม่ (Cost-per-Hire)


อยากให้การลงทุนในพนักงานเห็นผลลัพธ์ชัดเจน? [ปรึกษาการออกแบบหลักสูตรที่เน้นผลลัพธ์ได้ที่นี่]

Engine by shopup.com