ศิลปะการเป็น "Follower" ที่ยอดเยี่ยม: พลังเงียบที่ขับเคลื่อนองค์กรสู่ความสำเร็จ
ในโลกของธุรกิจและการบริหารจัดการ เรามักถูกสอนให้เดินตามหา "ความเป็นผู้นำ" (Leadership) จนหลงลืมไปว่า ในความเป็นจริงแล้ว องค์กรหนึ่งประกอบด้วยผู้นำเพียงส่วนน้อย แต่ขับเคลื่อนด้วย "ผู้ตาม" (Followership) เป็นส่วนใหญ่
งานวิจัยจาก Robert Kelley ศาสตราจารย์แห่ง Carnegie Mellon University ระบุว่า ความสำเร็จขององค์กรนั้นเกิดจากบทบาทของผู้นำเพียง 20% ส่วนอีก 80% เป็นผลมาจากประสิทธิภาพของผู้ตาม ดังนั้น การเป็นผู้ตามที่ยอดเยี่ยมจึงไม่ใช่แค่การ "รอรับคำสั่ง" แต่คือ "ศิลปะการสนับสนุนเชิงรุก" ที่ทรงพลังที่สุด
1. ปรับนิยามใหม่: ผู้ตามไม่ใช่เบี้ย แต่คือ "หุ้นส่วน"
การเป็นผู้ตามที่ยอดเยี่ยม (Exemplary Follower) เริ่มต้นจากการเปลี่ยนทัศนคติที่มีต่อตัวเอง ผู้ตามที่มีประสิทธิภาพจะมองว่าตนเองคือ "หุ้นส่วนในการทำงาน" ไม่ใช่แค่ฟันเฟืองที่ทำตามสั่ง พวกเขามีคุณลักษณะสำคัญ 2 ประการที่แยกจากผู้ตามทั่วไปคือ:
-
ความสามารถในการคิดเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking): ไม่เชื่อหรือตกลงในทุกเรื่องที่ผู้นำเสนอ แต่จะวิเคราะห์ผลกระทบและความเป็นไปได้อย่างเป็นระบบ
-
ความกระตือรือร้นในการทำงาน (Active Engagement): มีส่วนร่วมกับเป้าหมายของทีมอย่างเต็มใจ โดยไม่จำเป็นต้องให้ใครมาคอยจี้หรือควบคุม
2. องค์ประกอบสำคัญของ "Followership" ที่เปี่ยมประสิทธิภาพ
จากการรวบรวมแนวคิดของนักวิชาการด้านการจัดการ เช่น Ira Chaleff ผู้เขียนหนังสือ The Courageous Follower ศิลปะการเป็นผู้ตามที่ยอดเยี่ยมประกอบด้วย 5 มิติแห่งความกล้าหาญ:
-
ความกล้าที่จะสนับสนุน (The Courage to Support): ไม่เพียงแค่ทำงานของตนเองให้เสร็จ แต่ต้องมองเห็นภาระของผู้นำและยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือในสิ่งที่ผู้นำอาจมองข้าม
-
ความกล้าที่จะคัดค้าน (The Courage to Challenge): เมื่อเห็นว่าทิศทางของทีมกำลังเดินไปสู่ความเสี่ยง ผู้ตามที่ยอดเยี่ยมต้องกล้าเสนอความเห็นที่แตกต่างด้วยความสุภาพและมีข้อมูลรองรับ เพื่อป้องกันความผิดพลาดใหญ่หลวง
-
ความกล้าที่จะมีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลง (The Courage to Participate in Transformation): พร้อมที่จะเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ และปรับตัวเมื่อองค์กรต้องเผชิญกับจุดเปลี่ยน
-
ความกล้าที่จะรับผิดชอบ (The Courage to Take Responsibility): ไม่โยนความผิดเมื่อเกิดปัญหา แต่พร้อมจะรับผิดชอบในส่วนของตนและร่วมหาทางแก้ไข
-
ความกล้าที่จะเดินจากไป (The Courage to Take a Moral Stand): ในกรณีที่ผู้นำตัดสินใจผิดจริยธรรม ผู้ตามที่ยอดเยี่ยมต้องยึดมั่นในความถูกต้องเหนือกว่าความจงรักภักดีที่ผิดทาง
3. กลยุทธ์การสร้าง "Synergy" ระหว่างผู้นำและผู้ตาม
เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ผู้ตามควรสร้างความสัมพันธ์เชิงกลยุทธ์กับผู้นำผ่านเทคนิคดังนี้:
-
การบริหารหัวหน้า (Managing Up): เรียนรู้สไตล์การสื่อสารของผู้นำว่าชอบข้อมูลแบบสรุปสั้นๆ หรือรายละเอียดเชิงลึก เพื่อนำเสนอข้อมูลให้ตรงจุดและช่วยลดเวลาในการตัดสินใจ
-
การมองการณ์ไกล (Anticipation): ฝึกทักษะการคาดการณ์ปัญหา (Proactive Problem Solving) เช่น การเตรียมแผนสำรองไว้ล่วงหน้าก่อนที่ผู้นำจะถามหา
-
ความซื่อสัตย์ที่สร้างสรรค์ (Constructive Honesty): การเยินยอผู้นำตลอดเวลาไม่ใช่เรื่องดี ผู้ตามที่ยอดเยี่ยมคือ "กระจกสะท้อน" ที่กล้าบอกความจริงในมุมที่ผู้นำมองไม่เห็น
บทสรุป
การเป็น "Follower" ที่ยอดเยี่ยม ไม่ใช่บทบาทของคนอ่อนแอหรือไร้ความทะเยอทะยาน แต่เป็นบทบาทของคนที่มีวุฒิภาวะทางอารมณ์สูงและมีความเป็นมืออาชีพ เพราะไม่มีผู้นำคนไหนสามารถไปถึงเส้นชัยได้โดยปราศจากทีมงานที่คอยสนับสนุนอย่างชาญฉลาด หากเราฝึกฝนศิลปะการเป็นผู้ตามที่มีคุณภาพ เราไม่เพียงแต่จะสร้างความมั่นคงให้กับอาชีพการงานของเราเท่านั้น แต่เรากำลังสร้าง "ความเข้มแข็ง" ให้กับทั้งองค์กรอย่างแท้จริง
เอกสารอ้างอิงและแหล่งค้นคว้าเพิ่มเติม
-
Kelley, R. E. (1988). In Praise of Followers. Harvard Business Review. (งานวิจัยรากฐานที่จำแนกประเภทของผู้ตาม)
-
Chaleff, I. (2009). The Courageous Follower: Standing Up to and for Our Leaders. Berrett-Koehler Publishers. (แนวคิดเรื่องความกล้าหาญ 5 ประการของผู้ตาม)
-
Hurwitz, M., & Hurwitz, S. (2015). Leadership is Half the Story: A Fresh Look at Followership, Leadership, and Collaboration. University of Toronto Press. (การมองผู้นำและผู้ตามเป็นองค์ประกอบที่แยกกันไม่ได้)
-
Bjugstad, K., et al. (2006). A Fresh Look at Followership: A Model for Matching Followership and Leadership Styles. Journal of Behavioral and Applied Management.
ภาษาไทย (Thai)