เมื่อลูกน้อง "เก่งแต่ไม่ฟัง" หรือ "ขยันแต่พลาดบ่อย": วิธีจัดการลูกน้อง 4 ประเภทด้วยสถานการณ์จริง
ในการบริหารทีม หัวหน้ามักจะเจอกับความท้าทายที่แตกต่างกันไปตามบุคลิกและศักยภาพของลูกน้อง หากเราใช้วิธีเดียวกันจัดการทุกคน ผลลัพธ์ที่ได้อาจกลายเป็นความขัดแย้งหรือผลงานที่ย่ำแย่ลง หลักการบริหารคนให้มีประสิทธิภาพคือการแยกแยะตาม "ขีดความสามารถ (Skill)" และ "ความมุ่งมั่น (Will)" ซึ่งสามารถแบ่งคนออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้:
1. กลุ่ม "ดาวเด่น" (High Skill, High Will)
-
ลักษณะ: เก่งงาน รับผิดชอบสูง มีไฟตลอดเวลา
-
สถานการณ์จริง: คุณมอบหมายโปรเจกต์ยากๆ ให้ แล้วเขาทำออกมาได้ดีเกินคาด
-
วิธีจัดการ (Empower): * ให้อิสระ: ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ (Micro-manage) เพราะจะทำให้เขาอึดอัด
-
ท้าทายด้วยงานใหม่: ให้โปรเจกต์ที่ช่วยให้เขาเติบโต
-
ชื่นชมและให้รางวัล: อย่าปล่อยให้เขารู้สึกว่าทำดีไปก็ไม่มีใครเห็น
-
2. กลุ่ม "เก่งแต่เก๋า/ไม่ฟัง" (High Skill, Low Will)
-
ลักษณะ: ทำงานเก่งมาก ประสบการณ์สูง แต่เริ่มหมดไฟ หรือมีความมั่นใจจนไม่รับฟังใคร
-
สถานการณ์จริง: เมื่อคุณเสนอไอเดียใหม่ เขามักจะบอกว่า "ทำแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว" หรือแอบไปทำตามวิธีตัวเอง
-
วิธีจัดการ (Support/Excite):
-
ถามหาความเห็น: แทนที่จะสั่ง ให้ถามว่า "พี่มีประสบการณ์เยอะ คิดว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร?" เพื่อให้เขารู้สึกสำคัญ
-
ค้นหาปมที่ทำให้ไฟดับ: เขาเบื่อเนื้องาน หรือมีปัญหากับใครในทีมหรือไม่?
-
เชื่อมโยงงานกับเป้าหมายส่วนตัว: ทำให้เขาเห็นว่าการยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลดีต่อชื่อเสียงหรือความก้าวหน้าของเขาอย่างไร
-
3. กลุ่ม "ขยันแต่พลาดบ่อย" (Low Skill, High Will)
-
ลักษณะ: ทัศนคติดีเยี่ยม พร้อมลุยทุกงาน แต่ฝีมือยังไม่ถึง มักจะทำงานผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เสมอ
-
สถานการณ์จริง: ลูกน้องรีบส่งงานก่อนเวลาด้วยความกระตือรือร้น แต่คุณต้องเอามาแก้ใหม่เกือบทั้งหมด
-
วิธีจัดการ (Guide/Coach):
-
สอนงานอย่างเป็นระบบ (SOP): เขาต้องการคู่มือหรือขั้นตอนที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คำสั่งปากเปล่า
-
ให้ Feedback ทันที: เมื่อพลาด ต้องบอกทันทีว่าพลาดตรงไหนและจะป้องกันอย่างไรในครั้งหน้า
-
เน้นความแม่นยำมากกว่าความเร็ว: ปรับจูน Mindset ว่างานคุณภาพสำคัญกว่างานเสร็จไว
-
4. กลุ่ม "งานไม่เดิน เงินจะเอา" (Low Skill, Low Will)
-
ลักษณะ: ทำงานแค่ให้ผ่านไปวันๆ ฝีมือไม่พัฒนาและไม่มีใจจะทำ
-
สถานการณ์จริง: มาทำงานสาย ส่งงานช้า และงานที่ส่งมาก็ใช้การไม่ได้
-
วิธีจัดการ (Direct/Monitor):
-
กำหนดกรอบเวลาและมาตรฐานที่ชัดเจน: ใช้การสั่งการแบบตรงไปตรงมา (Directing)
-
ติดตามผลอย่างใกล้ชิด: ต้องมีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ
-
ใช้กระบวนการทาง HR: หากเตือนแล้วไม่พัฒนา อาจต้องเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงประสิทธิภาพ (PIP) ตามระเบียบบริษัท
-
สรุป
หัวหน้าที่เก่งไม่ใช่คนที่เปลี่ยนทุกคนให้เป็น "ดาวเด่น" ได้ในข้ามคืน แต่คือคนที่รู้ว่า "ตอนนี้ลูกน้องกำลังยืนอยู่ตรงไหน" และจะใช้เครื่องมือชิ้นไหนในการผลักดันเขาให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างถูกทิศทาง
อ้างอิง
-
Blanchard, K., & Hersey, P. (1969). Situational Leadership Theory. (ทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์)
-
Max Landsberg. (1996). The Tao of Coaching. (ต้นกำเนิดของ Skill-Will Matrix)
-
Harvard Business Review. The Right Way to Manage Your Most Talented Employees.
ภาษาไทย (Thai)