Add Friend
สอบถามหลักสูตร
โปรโมชั่น มา 3 ท่าน ลดเหลือ 3500
เมื่อการทำงานหลายอย่างพร้อมกันคือ
หมวดหมู่สินค้า: คลังความรู้ (Blog Knowledge)

แท็ก:

20 เมษายน 2569

ผู้ชม 9 ผู้ชม

The End of Multitasking: เมื่อการทำงานหลายอย่างพร้อมกันคือ "ศัตรู" ของผลกำไรองค์กร

ในโลกธุรกิจที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว "Multitasking" หรือการทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกัน มักถูกยกย่องว่าเป็นทักษะที่แสดงถึงความคล่องตัวและประสิทธิภาพ อย่างไรก็ตาม งานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมากลับชี้ให้เห็นว่า ความเชื่อนี้เป็นเพียง "มายาคติ" ที่ส่งผลเสียต่อทั้งสุขภาพสมองและผลประกอบการขององค์กรอย่างรุนแรง

1. มายาคติของสมอง: เราไม่ได้ทำพร้อมกัน แต่เราแค่ "สลับ"

จากงานวิจัยของ American Psychological Association (APA) พบว่าสมองมนุษย์ไม่ได้ถูกออกแบบมาให้ประมวลผลงานที่ต้องใช้ความคิดระดับสูง (Cognitive Tasks) สองอย่างพร้อมกัน สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือกระบวนการที่เรียกว่า "Task Switching" ซึ่งสมองจะสลับการทำงานไปมาอย่างรวดเร็ว กระบวนการนี้ทำให้เกิด "Switching Cost" หรือต้นทุนในการปรับจูนสมาธิใหม่ ซึ่งส่งผลให้ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญ

2. ผลกระทบต่อประสิทธิภาพและผลกำไร (Economic Impact)

ความเสียหายเชิงเศรษฐกิจจากการที่พนักงานพยายามทำ Multitasking สามารถสรุปได้ผ่าน 3 ปัจจัยหลักดังนี้:

  • Productivity Gap: งานวิจัยจาก Meyer, Evans & Rubinstein (2001) แสดงให้เห็นว่าการสลับงานไปมาอาจทำให้สูญเสียเวลาในการทำงานที่มีประสิทธิภาพไปถึง 40% เมื่อเทียบกับการทำงานทีละอย่างให้เสร็จสิ้น (Single-tasking)

  • The Error Rate: เมื่อสมองต้องรับภาระหนักเกินไป (Cognitive Overload) โอกาสในการตัดสินใจผิดพลาดจะเพิ่มสูงขึ้น งานวิจัยระบุว่า Multitasking เพิ่มอัตราความผิดพลาดในการทำงานได้ถึง 40% ซึ่งนำไปสู่ต้นทุนในการแก้ไขงาน (Rework) และความเสี่ยงในการสูญเสียโอกาสทางธุรกิจ

  • The IQ Drop: ผลการศึกษาจาก University of London พบว่าพนักงานที่ทำ Multitasking ในขณะปฏิบัติงานที่ต้องใช้ความคิด จะมีระดับ IQ ลดลงชั่วคราวถึง 15 จุด ซึ่งเทียบเท่ากับการอดนอนหนึ่งคืน หรือมากกว่าการสูบบุหรี่ไฟฟ้าถึง 3 เท่า

3. การทำลายความคิดสร้างสรรค์และ Deep Work

Cal Newport ผู้เขียนหนังสือ Deep Work และนักวิจัยด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ อธิบายว่าการทำกำไรในยุคเศรษฐกิจฐานความรู้ (Knowledge Economy) ขึ้นอยู่กับความสามารถในการจดจ่อกับงานที่ซับซ้อน แต่การถูกรบกวนด้วยการแจ้งเตือนอีเมลหรือการสั่งงานหลายทางพร้อมกัน ทำให้พนักงานไม่สามารถเข้าสู่สภาวะ "Flow State" ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่มนุษย์จะสร้างสรรค์ผลงานที่มีมูลค่าสูงสุดออกมาได้

บทสรุป: ปรับกลยุทธ์เพื่อผลกำไรที่ยั่งยืน

การผลักดันให้พนักงานทำ Multitasking ไม่ใช่การบริหารที่ชาญฉลาด แต่คือการลดทอนศักยภาพของทรัพยากรมนุษย์ องค์กรที่ต้องการเพิ่มกำไรอย่างแท้จริงควรเปลี่ยนมาสนับสนุนวัฒนธรรม "Single-tasking" และการทำ "Time Boxing" เพื่อให้สมองได้ทำงานเต็มประสิทธิภาพ ผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ใช่แค่เพียงเนื้องานที่มากขึ้น แต่คือ "คุณภาพ" ที่จะเปลี่ยนเป็นผลกำไรที่ยั่งยืน


รายการอ้างอิง (References)

  • American Psychological Association. (2006). Multitasking: Switching costs. Retrieved from https://www.apa.org/research/action/multitask

  • Meyer, D. E., Evans, J. E., & Lauber, E. J. (2001). Executive Control of Cognitive Processes in Task Switching. Journal of Experimental Psychology: Human Perception and Performance.

  • Newport, C. (2016). Deep Work: Rules for Focused Success in a Distracted World. Grand Central Publishing.

  • University of London Study (via Forbes). Multitasking Damages Your Brain And Career, New Studies Suggest. * Stanford University (2009). Cognitive control in media multitaskers. Proceedings of the National Academy of Sciences (PNAS).

Engine by shopup.com