“ประชุมนี้มีไว้ทำไม?”: 5 เทคนิคจัดการประชุมให้สั้น กระชับ และได้งานจริง
“ประชุมอีกแล้วเหรอ?” “ทำไมประชุมนานจัง?” “สรุปแล้วได้อะไรจากการประชุมนี้?”
คำถามเหล่านี้มักจะปรากฏบนสเตตัสโซเชียลของคนทำงานอยู่เสมอ ข้อมูลจากหลายองค์กรชี้ให้เห็นว่า พนักงานระดับบริหารใช้เวลามากกว่า 23 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ไปกับการประชุม และที่น่าตกใจคือ ผลสำรวจพบว่ากว่า 50% ของเวลาเหล่านั้นถูกมองว่า “สูญเปล่า”
หากคุณเป็นหนึ่งคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศการประชุมให้ทรงพลัง และไม่ทำร้ายพลังงานของเพื่อนร่วมทีม ลองนำ 5 เทคนิคนี้ไปใช้ดูครับ
1. ถามตัวเองก่อนว่า “อีเมลฉบับเดียวจบไหม?”
ก่อนจะส่งนัดหมาย (Calendar Invite) ให้ลองพิจารณาดูก่อนว่า เนื้อหาที่ต้องการสื่อสารนั้นเป็นเพียงการ “แจ้งเพื่อทราบ” (Information Sharing) หรือไม่? หากเป็นเพียงการอัปเดตสถานะงานที่ทุกคนอ่านเองได้ การส่งอีเมลหรือสรุปในแชทกลุ่มอาจจะมีประสิทธิภาพมากกว่าการดึงคน 10 คนมานั่งฟังเรื่องที่พวกเขารูู้อยู่แล้ว
2. ตั้งเป้าหมายและวาระ (Agenda) ให้ชัดเจน
การประชุมที่ไม่มีวาระการประชุม คือการสูญเสียเวลาที่แพงที่สุด ทุกครั้งที่นัดประชุมควรระบุเป้าหมายให้ชัดเจนว่า “เมื่อจบการประชุมนี้ เราต้องได้อะไร?” เช่น เพื่อตัดสินใจเรื่องงบประมาณ, เพื่อระดมสมองหาไอเดียใหม่ หรือเพื่อแก้ไขปัญหาความล่าช้าในขั้นตอนการผลิต การมีวาระที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้เข้าร่วมเตรียมตัวมาล่วงหน้าและไม่คุยออกนอกเรื่อง
3. ใช้กฎ “No Agenda, No Attended” และเชิญเฉพาะคนที่จำเป็น
วัฒนธรรมองค์กรสมัยใหม่เริ่มนำกฎนี้มาใช้ คือถ้าไม่มีวาระการประชุมที่ชัดเจน พนักงานมีสิทธิ์ปฏิเสธการเข้าประชุมได้ นอกจากนี้ควรเชิญเฉพาะผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจหรือผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงเท่านั้น การมีคนเข้าประชุมมากเกินไป (Over-crowded) มักจะทำให้การตัดสินใจช้าลงและเกิดอาการ “เกรงใจจนไม่กล้าพูด”
4. ควบคุมเวลาด้วยกฎ 80/20 และ Time Boxing
แบ่งเวลาการประชุมให้ชัดเจน (Time Boxing) เช่น ประชุม 30 นาที แบ่งเป็นสรุปปัญหา 5 นาที และหารือทางออก 25 นาที โดยใช้กฎ 80/20 คือใช้เวลา 80% ไปกับการหา “ทางออก” และ “การตัดสินใจ” แทนที่จะจมอยู่กับการเล่าปัญหาเดิมๆ ที่ผ่านมาแล้ว
5. ปิดท้ายด้วย “Action Plan” ที่มีเจ้าภาพ
ความล้มเหลวที่สุดของการประชุมคือการเดินออกจากห้องโดยที่ไม่มีใครรู้ว่าต้องทำอะไรต่อ ทุกการประชุมต้องจบด้วยบทสรุปที่ว่า:
-
ใคร (Who) คือผู้รับผิดชอบ
-
ทำอะไร (What) คือสิ่งที่ต้องดำเนินการ
-
เมื่อไหร่ (When) คือกำหนดส่งงาน หากไม่มี Action Plan ที่ชัดเจน การประชุมนั้นจะกลายเป็นเพียงการ “ล้อมวงคุยกัน” เท่านั้น
บทสรุป
การประชุมที่ดีไม่ใช่การประชุมที่ยาวนานที่สุด แต่คือการประชุมที่ใช้เวลาน้อยที่สุดเพื่อผลลัพธ์ที่ยอดเยี่ยมที่สุด เมื่อเราให้เกียรติ "เวลา" ของผู้อื่น ผู้อื่นก็จะให้เกียรติและตั้งใจกับเนื้อหาที่เรานำเสนอเช่นกัน ขอให้วันนี้เป็นการทำงานที่เต็มไปด้วยการสื่อสารที่ทรงพลัง
เอกสารอ้างอิง (References)
-
Perlow, L. A., Hadley, C. N., & Eun, S. (2017). Stop the Meeting Madness. Harvard Business Review. (เจาะลึกเรื่องผลเสียของการประชุมที่มากเกินไปและวิธีแก้ไข)
-
Rogetberg, S. G. (2019). The Surprising Science of Meetings. Oxford University Press. (รวบรวมงานวิจัยเกี่ยวกับการจัดการประชุมให้มีประสิทธิภาพสูงสุด)
-
Gladwell, M. (2000). The Tipping Point. Little, Brown and Company. (แนวคิดเรื่องการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพในกลุ่มคน)
-
Vitalsmarts. (2019). Crucial Conversations: Tools for Talking When Stakes Are High. McGraw-Hill Education. (เทคนิคการสนทนาในที่ประชุมเพื่อการตัดสินใจที่สำคัญ)
ภาษาไทย (Thai)