Add Friend
สอบถามหลักสูตร
โปรโมชั่น มา 3 ท่าน ลดเหลือ 3500
วิธีจัดการลูกน้อง 4 ประเภทด้วยสถานการณ์จริง
หมวดหมู่สินค้า: คลังความรู้ (Blog Knowledge)

แท็ก:

17 เมษายน 2569

ผู้ชม 14 ผู้ชม

เมื่อลูกน้อง "เก่งแต่ไม่ฟัง" หรือ "ขยันแต่พลาดบ่อย": วิธีจัดการลูกน้อง 4 ประเภทด้วยสถานการณ์จริง

ในการบริหารทีม หัวหน้ามักจะเจอกับความท้าทายที่แตกต่างกันไปตามบุคลิกและศักยภาพของลูกน้อง หากเราใช้วิธีเดียวกันจัดการทุกคน ผลลัพธ์ที่ได้อาจกลายเป็นความขัดแย้งหรือผลงานที่ย่ำแย่ลง หลักการบริหารคนให้มีประสิทธิภาพคือการแยกแยะตาม "ขีดความสามารถ (Skill)" และ "ความมุ่งมั่น (Will)" ซึ่งสามารถแบ่งคนออกเป็น 4 ประเภทหลัก ดังนี้:

1. กลุ่ม "ดาวเด่น" (High Skill, High Will)

  • ลักษณะ: เก่งงาน รับผิดชอบสูง มีไฟตลอดเวลา

  • สถานการณ์จริง: คุณมอบหมายโปรเจกต์ยากๆ ให้ แล้วเขาทำออกมาได้ดีเกินคาด

  • วิธีจัดการ (Empower): * ให้อิสระ: ไม่ต้องลงรายละเอียดเยอะ (Micro-manage) เพราะจะทำให้เขาอึดอัด

    • ท้าทายด้วยงานใหม่: ให้โปรเจกต์ที่ช่วยให้เขาเติบโต

    • ชื่นชมและให้รางวัล: อย่าปล่อยให้เขารู้สึกว่าทำดีไปก็ไม่มีใครเห็น

2. กลุ่ม "เก่งแต่เก๋า/ไม่ฟัง" (High Skill, Low Will)

  • ลักษณะ: ทำงานเก่งมาก ประสบการณ์สูง แต่เริ่มหมดไฟ หรือมีความมั่นใจจนไม่รับฟังใคร

  • สถานการณ์จริง: เมื่อคุณเสนอไอเดียใหม่ เขามักจะบอกว่า "ทำแบบเดิมก็ดีอยู่แล้ว" หรือแอบไปทำตามวิธีตัวเอง

  • วิธีจัดการ (Support/Excite):

    • ถามหาความเห็น: แทนที่จะสั่ง ให้ถามว่า "พี่มีประสบการณ์เยอะ คิดว่าเรื่องนี้ควรทำอย่างไร?" เพื่อให้เขารู้สึกสำคัญ

    • ค้นหาปมที่ทำให้ไฟดับ: เขาเบื่อเนื้องาน หรือมีปัญหากับใครในทีมหรือไม่?

    • เชื่อมโยงงานกับเป้าหมายส่วนตัว: ทำให้เขาเห็นว่าการยอมรับการเปลี่ยนแปลงนี้จะส่งผลดีต่อชื่อเสียงหรือความก้าวหน้าของเขาอย่างไร

3. กลุ่ม "ขยันแต่พลาดบ่อย" (Low Skill, High Will)

  • ลักษณะ: ทัศนคติดีเยี่ยม พร้อมลุยทุกงาน แต่ฝีมือยังไม่ถึง มักจะทำงานผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เสมอ

  • สถานการณ์จริง: ลูกน้องรีบส่งงานก่อนเวลาด้วยความกระตือรือร้น แต่คุณต้องเอามาแก้ใหม่เกือบทั้งหมด

  • วิธีจัดการ (Guide/Coach):

    • สอนงานอย่างเป็นระบบ (SOP): เขาต้องการคู่มือหรือขั้นตอนที่ชัดเจน ไม่ใช่แค่คำสั่งปากเปล่า

    • ให้ Feedback ทันที: เมื่อพลาด ต้องบอกทันทีว่าพลาดตรงไหนและจะป้องกันอย่างไรในครั้งหน้า

    • เน้นความแม่นยำมากกว่าความเร็ว: ปรับจูน Mindset ว่างานคุณภาพสำคัญกว่างานเสร็จไว

4. กลุ่ม "งานไม่เดิน เงินจะเอา" (Low Skill, Low Will)

  • ลักษณะ: ทำงานแค่ให้ผ่านไปวันๆ ฝีมือไม่พัฒนาและไม่มีใจจะทำ

  • สถานการณ์จริง: มาทำงานสาย ส่งงานช้า และงานที่ส่งมาก็ใช้การไม่ได้

  • วิธีจัดการ (Direct/Monitor):

    • กำหนดกรอบเวลาและมาตรฐานที่ชัดเจน: ใช้การสั่งการแบบตรงไปตรงมา (Directing)

    • ติดตามผลอย่างใกล้ชิด: ต้องมีการรายงานความคืบหน้าเป็นระยะๆ

    • ใช้กระบวนการทาง HR: หากเตือนแล้วไม่พัฒนา อาจต้องเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงประสิทธิภาพ (PIP) ตามระเบียบบริษัท


สรุป

หัวหน้าที่เก่งไม่ใช่คนที่เปลี่ยนทุกคนให้เป็น "ดาวเด่น" ได้ในข้ามคืน แต่คือคนที่รู้ว่า "ตอนนี้ลูกน้องกำลังยืนอยู่ตรงไหน" และจะใช้เครื่องมือชิ้นไหนในการผลักดันเขาให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างถูกทิศทาง


อ้างอิง

  • Blanchard, K., & Hersey, P. (1969). Situational Leadership Theory. (ทฤษฎีภาวะผู้นำตามสถานการณ์)

  • Max Landsberg. (1996). The Tao of Coaching. (ต้นกำเนิดของ Skill-Will Matrix)

  • Harvard Business Review. The Right Way to Manage Your Most Talented Employees.

Engine by shopup.com