Add Friend
สอบถามหลักสูตร
โปรโมชั่น มา 3 ท่าน ลดเหลือ 3500
Situational Leadership คืออะไร?
หมวดหมู่สินค้า: คลังความรู้ (Blog Knowledge)

10 มิถุนายน 2569

ผู้ชม 3 ผู้ชม

Situational Leadership คืออะไร? ทักษะสำคัญที่หัวหน้างานยุคใหม่ต้องมี

Situational Leadership คืออะไร?

Situational Leadership หรือ “ภาวะผู้นำตามสถานการณ์” คือแนวคิดการบริหารคนที่เชื่อว่าผู้นำไม่ควรใช้รูปแบบการนำเพียงแบบเดียวกับทุกคน แต่ต้องปรับเปลี่ยนวิธีการบริหารให้เหมาะสมกับสถานการณ์ ระดับความสามารถ และความพร้อมของผู้ใต้บังคับบัญชาในแต่ละช่วงเวลา

แนวคิดนี้ได้รับการพัฒนาโดย Paul Hersey และ Ken Blanchard ในช่วงทศวรรษ 1960 และยังคงได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในองค์กรทั่วโลกจนถึงปัจจุบัน

ทำไม Situational Leadership จึงสำคัญ?

ในโลกการทำงานปัจจุบัน พนักงานแต่ละคนมีประสบการณ์ ทักษะ และแรงจูงใจที่แตกต่างกัน การใช้วิธีบริหารแบบเดียวกันกับทุกคนอาจไม่สามารถดึงศักยภาพของทีมออกมาได้อย่างเต็มที่

Situational Leadership ช่วยให้ผู้นำสามารถ

  • เพิ่มประสิทธิภาพการสื่อสารภายในทีม

  • พัฒนาศักยภาพของพนักงานได้ตรงจุด

  • สร้างความผูกพันและแรงจูงใจในการทำงาน

  • ลดปัญหาความขัดแย้งระหว่างหัวหน้างานและลูกน้อง

  • เพิ่มผลลัพธ์และประสิทธิภาพการทำงานขององค์กร

4 รูปแบบของ Situational Leadership

1. Directing (สั่งการ)

เหมาะสำหรับพนักงานที่ยังมีประสบการณ์น้อยหรือเพิ่งเริ่มต้นงาน

หัวหน้างานจะกำหนดเป้าหมาย วิธีการทำงาน และติดตามผลอย่างใกล้ชิด เพื่อให้พนักงานเข้าใจสิ่งที่ต้องทำอย่างชัดเจน

2. Coaching (สอนงานและให้คำแนะนำ)

เหมาะสำหรับพนักงานที่เริ่มมีทักษะ แต่ยังขาดความมั่นใจ

ผู้นำจะยังคงให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด พร้อมเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจมากขึ้น

3. Supporting (สนับสนุน)

เหมาะสำหรับพนักงานที่มีความสามารถ แต่ต้องการแรงสนับสนุนหรือกำลังใจ

หัวหน้างานจะลดการควบคุมงานลง และเน้นการรับฟัง การให้คำปรึกษา และการสร้างความมั่นใจ

4. Delegating (มอบหมายงาน)

เหมาะสำหรับพนักงานที่มีทั้งความสามารถและความรับผิดชอบสูง

ผู้นำสามารถมอบอำนาจในการตัดสินใจและการดำเนินงานได้มากขึ้น พร้อมติดตามผลในภาพรวม

วิธีนำ Situational Leadership ไปใช้ในองค์กร

  1. ประเมินระดับความพร้อมของพนักงานแต่ละคน

  2. เลือกรูปแบบการนำที่เหมาะสมกับสถานการณ์

  3. ปรับเปลี่ยนรูปแบบการบริหารตามการเติบโตของพนักงาน

  4. ติดตามผลและให้ Feedback อย่างสม่ำเสมอ

  5. พัฒนาทักษะการสื่อสารและการโค้ชของหัวหน้างาน

ตัวอย่างการประยุกต์ใช้

สมมติว่ามีพนักงานใหม่เข้ามาในทีม หัวหน้างานอาจเริ่มต้นด้วยการใช้รูปแบบ Directing เพื่อสอนงานและกำหนดแนวทางอย่างชัดเจน

เมื่อพนักงานเริ่มมีความเข้าใจงานมากขึ้น อาจเปลี่ยนเป็น Coaching เพื่อเพิ่มความมั่นใจ ต่อมาปรับเป็น Supporting และสุดท้ายเป็น Delegating เมื่อพนักงานสามารถทำงานได้อย่างอิสระและมีประสิทธิภาพ

สรุป

Situational Leadership เป็นแนวคิดการบริหารที่ช่วยให้ผู้นำสามารถปรับรูปแบบการนำให้เหมาะสมกับบุคคลและสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ การเข้าใจและนำหลักการนี้ไปใช้จะช่วยเพิ่มศักยภาพของทีม สร้างแรงจูงใจในการทำงาน และยกระดับผลลัพธ์ขององค์กรในระยะยาว

สำหรับหัวหน้างาน ผู้จัดการ และผู้นำองค์กร การพัฒนาทักษะ Situational Leadership ถือเป็นหนึ่งในกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จของการบริหารคนในยุคปัจจุบัน

อ้างอิง

  1. Hersey, P., Blanchard, K. H., & Johnson, D. E. (2013). Management of Organizational Behavior: Leading Human Resources. Pearson Education.

  2. The Center for Leadership Studies. Situational Leadership® Model. สืบค้นจาก https://situational.com

  3. Blanchard, K. (2010). Leading at a Higher Level. Pearson Education.

  4. Northouse, P. G. (2022). Leadership: Theory and Practice (9th Edition). Sage Publications.

Engine by shopup.com