ดูบทความ
ดูบทความหลักสูตร การบริหารจัดการระบบงานเครดิต และ การเจรจาเพื่อติดตามหนี้ (อบรม 30 มี.ค.69)
หลักสูตร การบริหารจัดการระบบงานเครดิต และ การเจรจาเพื่อติดตามหนี้ (อบรม 30 มี.ค.69)
Credit Management System & Debt Collection Negotiations
การบริหารจัดการระบบงานเครดิต และ การเจรจาเพื่อติดตามหนี้
วิทยากร:อาจารย์องอาจ ฉันทสมบัติ
อดีต ฝ่ายสินเชื่อและกฏหมาย กว่า 40 ปี
และเป็นวิทยากร ทั้งภาครัฐ และเอกชน ประสบการณ์กว่า 30 ปี
30 มีนาคม 2569
09.00 – 16.00
** โรงแรมโกลด์ ออร์คิด แบงค็อก (ถนนวิภาวดีฯ-สุทธิสาร)
*สถานที่จัดอบรมอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม
หลักการและเหตุผล
การให้สินเชื่อแก่ลูกค้า”ต้องพิจารณาถึงความเสี่ยงในการให้เครดิตแก่ลูกค้า และความสามารถในการชำระหนี้ของลูกค้า หากบัญชีลูกหนี้มีจำนวนมากก็จะทำให้เงินจมในบัญชีลูกหนี้มาก หากลูกหนี้ไม่ชำระหนี้ตามกำหนดเวลา อาจจะส่งผลถึงเงินทุนหมุนเวียนของธุรกิจไม่เพียงพอหรือธุรกิจอาจจะขาดสภาพคล่องได้
ดังนั้น การพิจารณาลูกค้าผู้ที่จะมาเป็นลูกหนี้การค้าจึงมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งสำหรับธุรกิจ หากสามารถ พิจารณา การให้สินเชื่อกับ ลูกค้าที่มาซื้อสินค้าได้อย่างถูกต้องโอกาสที่จะเก็บเงินได้ครบตามกำหนดย่อมมีมากกว่า ส่วนการติดตามหนี้ต้องใช้ทั้งทักษะและประสบการณ์ สิ่งที่พบอยู่เสมอ คือ ลูกค้าชอบหาเหตุมาอ้างและไม่ยอมชำระหนี้หรือพบตัวลูกค้ายาก(ชอบหลบหน้า)ในบางกรณีอาจจะใช้โทรศัพท์ติดต่อลูกค้า ปัญหาที่พบบ่อยคือ ลูกค้าไม่ยอมรับโทรศัพท์หรือโชคดีอาจจะติดต่อลูกค้าได้แต่จะลูกค้าบ่ายเบี่ยงการชำระหนี้ เมื่อพบปัญหาเหล่าต้องหาวิธีรับมือและแก้ไขปัญหา“ทำอย่างไรให้ลูกหนี้ยอมเจรจาและยอมชำระหนี้” การใช้คำพูดและน้ำเสียงเพื่อจูงใจ หรือ โน้มน้าวให้ลูกค้ายอมชำระหนี้ตามเงื่อนไข โดยยังมีความสัมพันธ์ อันดีต่อกัน เรียกว่า”ได้ทั้งเงิน และได้ทั้งใจ ลูกค้า”อีกด้วย
หลักสูตรนี้ถูกออกแบบมาเพื่อให้ผู้เข้าร่วมสัมมนาทราบทราบแนวทางในการบริหารสินเชื่อและวิธีการวางตัวหรือการใช้คำพูดกับลูกค้าในแต่ละสถานการณ์ที่อาจจะเกิดขึ้นจริง และทราบวิธีรับมือลูกค้าต้องทำอย่างไร โดยนำทักษะการเจรจาต่อรอง (Negotiation Skills) มาประยุกต์และใช้กับลูกค้าในแต่ละสไตล์ หลักเกณฑ์ต่างๆที่นำมาใช้ในการสัมมนาครั้งนี้ผู้เข้าร่วมสัมมนาจะสามารถนำจุดแข็งไปใช้ได้และขจัดข้อโต้แย้งจากลูกค้าได้โดยการนำทักษะในการเจรจาต่อรองเพื่อแก้ไขสถาการณ์และไม่เปิดช่องว่างหรือจุดอ่อนให้ลูกค้านำมาใช้เป็นข้ออ้างเพื่อบ่ายเบี่ยงการชำระหนี้ในภายหลัง และเรื่องกกมายใหม่ที่เกี่ยวข้องกับ พ.ร.บ.การตามหนี้ที่เป็นธรรรมซึ่งประกาศในราชกฤษจานุเบกษา แล้วเมื่อ6มี.ค.15มีผลบังคับใช้ใน180วัน รวมถึง กฏหมายการค้ำประกันซึ่งได้แก้ไขใหม่ และประกาศใช้เมื่อ11ก.พ.2558แล้วหากธุรกิจไม่ตั้งรับหรือฝึกอบรมพนักงานในองค์กรที่มีส่วนเกี่ยวข้องให้ทราบกฏหมาย2ฉบับนี้อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจในภายหลังได้ ดังนั้นหลักสูตรนี้จึงมีความสำคัญ โดยผลลัพธ์สุดท้ายของการฝึกอบรม ธุรกิจจะต้องมีผลมีกำไร และมีสภาพคล่อง หนี้เสียลดลง ปัญหาหนี้สูญไม่เกิดขึ้น
วัตถุประสงค์
1.เพื่อให้การบริหารสินเชื่อและการจัดการบัญชีลูกหนี้ได้ถูกวิธีและมีผลงานการจัดเก็บบัญชีลูกหนี้ได้มากขึ้น
2.เพื่อพัฒนาบุคคลากร ให้เกิดความเข้าใจและสามารถนำทักษะจากการฝึกอบรมมาใช้ให้เกิดประโยขน์สูงสุด
3.เพื่อลดเวลาและลดต้นทุนในการติดตามหนี้ให้น้อยลง
หัวข้อการอบรม
1. การบริหารบัญชีลูกหนี้
2. นโยบายสินเชื่อมีความสำคัญกับธุรกิจอย่างไร?(Credit Policy)
A.มาตราฐานสินเชื่อ(Credit Standard)
- หลักเกณฑ์การพิจารณาเครดิต 5’C
- การจัดระดับของลูกค้าและวงเงินสินเชื่อ
- การผู้มีอำนาจอนุมัติวงเงินสินเชื่อ
- การใช้ประโยชน์ข้อมูลของลูกค้ามาพิจารณาสินเชื่อ
- การขอเปิดวงเงินสินเชื่อ
3. การกำหนดเงื่อนไขในการชำระเงิน (Term of payment)
4. การบริหารการเก็บเงิน (Collection Management)
- การออกจดหมายเตือน / จดหมายทวงหนี้
- Check list and reminding and collection
5. สัญญาณเตือนภัย และสาเหตุของลูกหนี้ที่เริ่มมีปัญหา
6. การควบคุมสินเชื่ออย่างมีประสิทธิภาพ
7. การเจรจาและวางตัวเพื่อรับมือกับลูกหนี้ 6 ประเภท
- โกรธง่าย (ใจร้อน) - เชื่องช้า (สุขุม)
- รู้ทุกเรื่อง (ชอบคนยกย่อง) - ลังเล (ไม่แน่ใจ)
- ช่างสงสัย (ไม่ไว้ใจใคร) - พูดเก่ง (ทำให้คุณหัวเสียได้)
8. กฏหมายที่เกี่ยวข้องกับการตามหนี้ที่ท่านต้องทราบ
-
หนี้ที่บังคับได้ และหนี้ที่บังคับไม่ได้
-
กฏหมายการค้ำประกันใหม่
-
พ.ร.บ การตามหนี้ที่เป็นธรรม
ประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับ
1.ทราบกำหนดแนวทางในการให้สินเชื่อ เพื่อลดความเสี่ยงและนำมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อหน่วยงานของธุรกิจ
2.ทราบขั้นตอนในการติดตามหนี้และทราบทักษะการเจรจาเพื่อนำมาใช้ในการเจรจากับลูกค้า
3.สามารถนำทักษะจากการฝึกอบรมมาใช้ควบคุมดูแลงานด้านสินเชื่อให้มีประสิทธิภาพได้ดียิ่งขึ้น
ประกาศนียบัตร: บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด

ราคาค่าอบรมปกติ (ต่อ 1 ท่าน)
|
ราคาค่าอบรมสัมมนา / ท่าน |
|||||
|
ประเภท |
ค่าสัมมนา |
VAT 7% |
หัก ณ ที่จ่าย 3% |
รวมจ่ายสุทธิ |
กรณีไม่มีหนังสือ |
|
บุคคลทั่วไป/บริษัท |
3,900.00 |
273.00 |
117.00 |
4,056.00 |
4,173.00 |
|
ราคาพิเศษ !!! ชำระค่าอบรมสัมมนา ก่อนวันอบรม 15 วัน |
|||||
|
ประเภท |
ค่าสัมมนา |
VAT 7% |
หัก ณ ที่จ่าย 3% |
รวมจ่ายสุทธิ |
กรณีไม่มีหนังสือ |
|
บุคคลทั่วไป/บริษัท |
3,700.00 |
259.00 |
111.00 |
3,848.00 |
3,959.00 |
วิธีการชำระเงิน:
1.โอนผ่านบัญชีธนาคาร ดังนี้
1.1
ธนาคารกรุงเทพ บัญชีสะสมทรัพย์ สาขา ซอยอารี เลขที่ 127-4-66322-6
1.2
ธนาคารไทยพาณิชย์ บัญชีออมทรัพย์ สาขา พหลโยธิน เลขที่ 014-2-63503-8
ชื่อบัญชี บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด
2.ชำระด้วยเช็คบริษัท สั่งจ่าย บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด
3.หัก ณ ที่จ่าย 3% ทะเบียนนิติบุคคลเลขที่ 0-1055-48105-59-0
บริษัท ไฮโพ เทรนนิ่ง แอนด์ คอนเซ้าท์แทนซี่ จำกัด
40/81 ซอยอินทามระ 8 ถนนสุทธิสารวินิจฉัย แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กรุงเทพฯ 10400
4.บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิในการไม่คืนเงินที่ได้ชำระมาแล้ว
รายละเอียดเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
-
Tel. : 086-318-3151
-
E-mail : hipotraining@gmail.com
-
Website : www.hipotraining.co.th
- ID Line@ : @761mvknp หรือ สแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง

- Facebook Fan page : www.facebook.com/HIPOtraining หรือ สแกนคิวอาร์โค้ดด้านล่าง

05 มีนาคม 2569
ผู้ชม 34 ครั้ง
ภาษาไทย (Thai)
